ปัญหาใหญ่ของโลก-ไทยที่ยังรปัญหาที่สังคมโลกและสังคมไทย รอคำตอบอคอยคำตอบ ทั้งยังเรื่องปัญหาโลกร้อน ความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคม รวมทั้งวิกฤติของการบ้านการเมืองในระบบประชาธิปไตย

ในบทความแรกของคอลัมน์ “เศรษฐศาสตร์บัณฑิต” ปีนี้ ผมต้องการเริ่มด้วยข้อคิดเตือนใจของนักเศรษฐศาสตร์ รางวัลโนเบิล ศาสตราจารย์โจเซฟ สติกลิสต์ (Joseph Stiglitz)

ที่ได้ให้เอาไว้ในข้อเขียนของเขาเมื่อพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ที่กล่าวถึงความเหมาะสมของรายได้ประชาชนชาชาติ หรือ GDP ที่จะเป็นตัววัดกิจกรรมด้านเศรษฐกิจรวมทั้งความรุ่งโรจน์ของสังคม โดยพูดว่า โลกของพวกเราในตอนนี้กำลังเหน็ดเหนื่อยด้วยสามปัญหาที่สำคัญที่กำลังบ่อนทำลายการดำรงชีวิตของสังคมโลกรวมทั้งมวลมนุษยชาติ คือปัญหาที่ไม่มีคำตอบ

ปัญหาแรก เป็นปัญหาโลกร้อน สองเป็นปัญหาความแตกต่าง รวมทั้งสามเป็นวิกฤติของการบ้านการเมืองในระบบประชาธิปไตย

อีกทั้งสามปัญหาง่อนแง่นความรู้ความเข้าใจของเศรษฐกิจทั่วทั้งโลกที่จะเติบโต คลอนแคลนความมุ่งมาดที่คุณประโยชน์จากการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจะสามารถแบ่งปันใหักับคนภายในสังคมได้อย่างทั่วถึง รวมทั้งโหยกเหยกความเลื่อมใสที่ว่า การบ้านการเมืองในระบบประชาธิปไตยที่สามัญชนมีส่วนร่วมจะเป็นกลไกที่สังคมสามารถใช้ขจัดปัญหาที่สังคมมี

สามปัญหานี้เป็นปัญหาที่คนทั้งโลกอยากได้คำตอบ มองเห็นได้จากปีที่ผ่านมาที่เป็นปีของการต่อต้านที่ราษฎรจากทุกส่วนของโลกออกมาเรียกร้องในหัวข้อกลุ่มนี้ เป็นปัญหาที่สังคมไทยเองก็ปรารถนาคำตอบว่า พวกเราจะเริ่มปรับแต่งผลร้ายที่มีต่อสภาพแวดล้อมจากการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจแล้วก็ปัญหาโลกร้อนได้หรือยัง พวกเราจะทำเช่นไรกับความแตกต่างในประเทศที่มีมากมาย และก็พวกเราจะทำเมืองของประเทศให้ตอบปัญหาปัญหาที่ประเทศมีได้ยังไง เพื่อการบ้านการเมืองเป็นความหวังให้กับการจัดการปัญหา

ปัญหาโลกร้อน คนภายในบ้านพวกเราโดยมากคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว คือเรื่องของบุคคลอื่น และไม่ใช่เรื่องด่วน แต่ว่าผลจากสภาวะโลกร้อนได้เข้ามากระทบชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเรามากยิ่งขึ้นจนกระทั่งสัมผัสได้ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของอากาศ สภาวะน้ำหลากสลับกับภัยแล้งแบบปีต่อปี รวมทั้งปัจจุบันที่พวกเราพบด้วยตัวเองทุกคนเป็น ฝุ่นละอองแล้วก็ปัญหาประสิทธิภาพอากาศที่พวกเราหายใจ ปัญหาพวกนี้นับวันจะร้ายแรงและก็เกิดขึ้นหลายครั้ง กระทั่งปีที่ผ่านมากล่าวได้ว่าเป็นปีศูนย์หรือปีขึ้นต้นของภัยจากสภาวะโลกร้อนที่โลกจะสัมผัสความร้ายแรงของปัญหาเยอะขึ้นนับจากนี้

ปีที่ผ่านมา พวกเราเริ่มปีด้วยอากาศร้อนระอุที่ประเทศออสเตรเลียเฉลี่ยกว่า 40 องศา และก็ร้อนนานเป็นเดือน เมื่อโลกร้อนและก็อุณหภูมิสูงมากขึ้น ภูเขาที่เป็นน้ำแข็งก็ถูกทำลาย ความสมดุลระหว่างสายน้ำอุ่นน้ำเย็นในมหาสมุทรถูกกระทบ พวกเราก็เลยมองเห็นการเกิดขึ้นของพายุไซโคลนที่ร้ายแรง สภาวะอากาศที่สุดโต่ง เป็นร้อนจัดและก็หนาวมากมาย แล้วก็ไฟลุกป่าที่หยุดยาก เพราะว่าอากาศที่ร้อนได้ทำลายความชุ่มชื้นของพื้นดิน ปัจจุบันก็ที่ประเทศออสเตรเลียที่ไฟป่ายังไม่เลิก กระทบการดำรงชีวิตของคนและก็สัตว์ที่จะต้องอาศัยป่าเป็นที่พักที่อาศัย นี่เป็นความร้ายแรงของสภาวะโลกร้อนที่พวกเรามองเห็นเมื่อปีที่ผ่านมาตลอดทั้งปี และก็จะมองเห็นเยอะขึ้นเรื่อยๆในปีนี้รวมทั้งปีต่อๆไป


Article publié le 20 Fév 2020 sur Cga-rp.org